หน้าแรกฟุตบอลรายการอื่นๆพรีวิว : ราชันจะเดินหน้าต่อหรือจะสะดุด

พรีวิว : ราชันจะเดินหน้าต่อหรือจะสะดุด

พรีวิว : ราชันจะเดินหน้าต่อหรือจะสะดุด ฟุตบอลรายการอื่นๆ

เรอัล โซเซียดาด พบกับ กรานาด้า

ทั้ง 2 ทีมจะต้องเผชิญหน้ากันในวันศุกร์ ในการชิงพื้นที่ท็อป 6 ของลาลีกา โดย เรอัล โซเซียดาด จะได้เล่นในรัง อโนเอต้า สเตเดียม รับการมาเยือนของ กรานาด้า

ปัจจุบันเจ้าถิ่นรั้งอันดับ 7 ของตารางคะแนนลาลีกา มีแต้มตามหลัง เกตาเฟ่ ทีมอันดับ 6 แค่ 2 คะแนน ขณะที่กรานาด้า อยู่อันดับ 10 มีแต้มตามหลังโซนได้ไปยูโรป้า ลีก อยู่ 6 คะแนน

ความสม่ำเสมอถือว่าเป็นปัญหาของโซเซียดาดในฤดูกาลนี้ หลังทีมดังจากแคว้นบาสก์ คว้าชัยไปได้ 15 นัดก็จริง แต่ก็หลุดแพ้ไปถึง 13 นัด จากการลงสนามทั้งหมด 34 นัดที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นการเสมอ 6 ครั้ง

อย่างไก็ตาม 2 ปีหลังสุด ลา เรอัล จบอันดับ 12 และ อันดับ 9 เพราะฉะนั้น เพื่อให้ผลงานปีนี้ดีกว่าช่วงที่ผ่านมาชัยชนะนัดนี้ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้พวกเขามีลุ้นเป็น 6 อันดับแรก และได้ไปเล่นฟุตบอลยุโรป

ทีมของ อิมาโนล อัลกัวซิล นั้นปัจจุบัน เป็นอันดับ 7 มีแต้มตามหลังเกตาเฟ่ ทีมอันดับ 6 แค่ 2 แต้ม และวพกเขาก็ตามหลัง บียาร์เรอัล ทีมอันดับ 5 อยู่แค่ 3 แต้มเท่านั้น

ฟอร์มของโซเซียดาด ตกลงไปอย่างมากนับตั้งแต่กลับมาจากล็อคดาวน์ หลังแพ้ไปถึง 4 จาก 5 เกม และเก็บได้แค่คะแนนเดียวเท่านั้นในช่วงแรก

อย่างไรก็ตาม พวกเขาเก็บได้ 4 คะแนน จาก 2 เกมหลังสุดของลาบีกา หลังวเอาชนะ เอสปันญอล ในบ้าน เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม ต่อด้วยการบุกไปหยิบ 1 แต้มจากทีมกลางตารางอย่าง เลบานเต้ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน กรานาด้า ก่อนหน้านี้ พวกเขาไล่ตีเสมอ บาเลนเซียมา 2-2 เมื่อคืนวันเสาร์ โดยทีมของดีเอโก้ มาร์ติเนซ กำลังจะแพ้ 1-2 อยู่แล้ว แต่ก็มาได้ เฟเด บีโก้ ที่มาตีเสมอในช่วงท้ายเกมและแบ่งแต้มได้สำเร็จ ที่สนาม เอสตาดิโอ นูเอโว ลอส คาร์เมเนส

เอล กรานา กลับมาเล่นในลาลีกาอีกครั้งในฤดูกาลนี้ หลังปีก่อน คว้าอันดับ 2 ในเซกุนด้า แต่ในความเป็นจริงพวกเขาไม่เคยจบอันดับที่ดีกว่า 15 เลย นับตั้งแต่ฤดูกาล 1973-74

ฤดูกาลนี้ถือว่าทีมของมาร์ติเนซ ทำผลงานได้โดดเด่นมาก หลังเก็บไปถึง 47 คะแนนจาก 34 นัด ซึ่งในตอนนี้เพียงพอแล้วสำหรับการอยู่อันดับ 10 และมีแต้มตามหลัง โซเซียดาด แค่ 4 คะแนน ขณะที่ตามหลัง เกตาเฟ่ อันดับ 6 แค่ 6 คะแนนเท่านั้น

กรานาดา ต้องการหลายอย่างในการที่จะทำให้พวกเขาติด 6 อันดับแรก แต่พวกเขาก็ไม่พลาดในการเอาชนะ อลาเบส 2-0 เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม และชัยชนะอีกนัดในคืนวันศุกร์ จะทำให้พวกเขามีลุ้นในการชิงตั๋วไปเล่นยูโรป้า ลีก

ความพร้อมของทั้ง 2 ทีม

ด้วย โฆเซบา ซัลดัว, จอน เบาติสต้า, อัดนาน ยานาไซจ์, อาเซียร์ อิยาร์ราเมนดี้ และ ลูคัส ซานกายี เป็นแค่ตัวสำรองในเกมล่าสุด นั่นหมายความโซเซียดาด ตอนนี้ไม่มีผู้เล่นตัวหลักรายไหนที่มีอาการบาดเจ็บ

ดาวิด ซูรูตูซา ยังต้องเช็คอีกครั้ง หลังได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยในเกมที่เสมอกับ เลบานเต้ 1-1 เมื่อคืนวันจันทร์ แต่ก็ไม่ได้สร้างความกังวลให้ทีมจากแคว้นบาสก์

อเล็กซานเดอร์ อิซัค ทำ 2 ประตู ใน 2 เกมหลังสุด ดูเหมือนว่า หัวหอกวัย 20 ปี น่าจะได้จับคู่กับ วิลเลียน โฆเซ ในแดนหน้า อีกครั้งเป็นนัดที่ 3 ติดต่อกัน

ขณะเดียวกัน ดีเอโก้ ยอเรนเต้ และ นาโช มอนเรอัล น่าจะกลับมาเป็นตัวจริงในแผงแบ็คโฟร์ คาดว่า อัลกัวซิล น่าจะการเปลี่ยนเล็กน้อย เพราะนี่ถือเป็นเกมนัดสำคัญ

ด้าน กรานาด้า นักเตะที่หายเจ็บ อย่าง อัลบาโร บาดิโย, แม็กซิม โกนาลองส์, อังเคล มอนโตโร, อเล็กซ์ มาร์ติเนซ, ควินี และ เนย์แดร์ โลซาโน น่าจะรอโอกาสที่ข้างสนามไปก่อน

มาร์ติเนซ ไม่มีนักเตะรายใดได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม แต่คาดว่าเฮดโค้ชรายนี้น่าจะเปลี่ยนทีมจากเกมกับบาเลนเซีย โดย เฟเด ริโก้ และ อันโตนิโอ ปูเอร์ตาส น่าจะได้สตาร์ทเป็นตัวจริง

นอกจากนี้ยังคาดว่า เฆซุส บาเรโฆ จะได้กลับมาเป็นกองหลังในแผงแบ็คโฟร์ เช่นเดียวกับตัวประสบการณ์สูงอย่าง โรแบร์โต้ โซลดาโด้

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของ เรอัล โซเซียดาด

โมยา – โกโรซาเบล, ยอเรนเต้, เอลุสตอนโด้, มอนเรอัล, เมริโน, ซูเบลเดีย, โอยาร์ซาบาล, โอเดการ์ด, ปอร์ตู, อิซัค

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของ กรานาด้า

ซิลบา, ดิอาซ, บาเรโฆ, ดูอาร์เต้, เนวา, บีโก้, เอร์เรรา, ฟูแซร์, ปูเอร์ตาส, โซลดาโด้, แฟร์นานเดซ

คาดการณ์ผล – เรอัล โซเซียดาด เสมอ กรานาด้า 1-1

ทั้ง 2 ฝ่ายต่างต้องการเป็น 6 อันดับแรก โดยต้องการชัยชนะนัดนี้ แต่ในโอกาสนี้ เมื่อมองไปที่ทั้งสองทีม เจ้าบ้านอาจจะได้เปรียบกว่า แต่ 9 จาก 17 นัดในเกมเยือนของกรานาด้า ฤดูกาลนี้ พวกเขาเอาตัวรอดจากความพ่ายแพ้ ด้วยการเสียประตูที่ค่อนข้างน้อย

เรอัล มาดริด พบ เดปอร์ติโบ อลาเบส

เรอัล มาดริด ตั้งตารอที่จะคว้าแชมป์ลาลีกา โดยวันศุกร์นี้พวกเขามีคิวเปิดบ้านรับการมาเยือน อลาเบส ทีมในโซนท้ายตาราง โดยจะเล่นกันที่สนาม อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน

โลส บลังโกส รักษาตำแหน่งจ่าฝูง ด้วยการมีแต้มนำบาร์เซโลนา อันดับ 2 อยู่ 4 คะแนน ขณะที่ อลาเบส อยู่อันดับ 16 มีแต้มเหนือโซนตกชั้น เพียงแค่ 6 คะแนนเท่านั้น ในขณะที่เหลือการแข่งขันอีกเพียง 4 นัด

ในช่วงนี้ฟอร์มของมาดริดกำลังร้อนแรก หลังทีมของซีเนดีน ซีดาน มีแต้มนำอันดับ 2 อย่างบาร์เซโลนาอยู่ 4 คะแนน

บาร์ซามีโอกาสที่จะขยับแต้มมาเหลือแค่แต้มเดียว หลังพวกเขามีคิวพบกับ คู่ปรับร่วมเมืองอย่างเอสปันญอล ในศึกกาตาลัน ดาร์บี้ ในวันพุธนี้ แม้ว่าช่องว่างอาจจะถูกถ่างเป็น 4 คะแนน อีกครั้ง หาก เรอัล มาดริด เอาชนะ อลาเบส ในเกมนี้ได้

มันจะทำให้เป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก หากมีแต้มนำอยู่ 4 คะแนน ในช่วงสามเกมสุดท้าย ทีมของซีดาน ยังเหลือเกมที่จะต้องเจอกับ กรานาด้า, บียาร์เรอัล และ เลกาเนส มันคงช็อคน่าดูหากพวกเขาไม่สามารถเก็บแต้มได้เลยในกมที่เหลือ เพื่อจบด้วยการเป็นผู้นำในตาราง

ตอนนี้ มาดริด ชนะมา 7 เกมติดต่อกันในลีกแล้ว โดย 3 นัดหลังสุดพวกเขาชนะด้วยสกอร์เดียวกัน คือ 1-0 และนี่คือรูปแบบของทีมที่จะเป็นแชมป์ ผลการแข่งขันอาจจะไม่ได้สวย แต่พวกเขาก็ยังทำได้ตามเป้า และเก็บคลีนชีตมา 4 เกมติดต่อกันแล้ว มันเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความสำเร็จของพวกเขา

ครั้งสุดท้ายที่โลส บลังโกส คว้าแชมป์ลาลีกา มาครองได้ โดยที่ฤดูกาลยังไม่จบต้องย้อนไปในช่วงฤดูกาล 2011-12 และพวกเขาต้องการ 3 คะแนนในวันศุกร์นี้ เพื่อให้ทีมขยับเข้าใกล้แชมป์มากขึ้น

โดยเกมนี้ ทางบาร์เซโลนา ก็คงเอาใจช่วย อลาเบสเต็มที่ แต่ทีมจากแคว้นบาสก์ก็ฟอ์มไม่ได้เท่าไหร่ หลังจากที่ปัจจุบันอยู่อันดับ ที่ 16 ของตารางคะแนน

อันที่จริง บาบาซอร์รอส แพ้มา 5 เกมติด และยิงได้เพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น ทำให้ อาเซียร์ การิตาโน ต้องถูกปลดจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอน และเป็น ฆวน มูนิซ ที่เคยคุมมาลาก้า เมื่อปี 2019 ที่จะเข้ามาคุมทีมจนจบฤดูกาลนี้ และงานแรกของกุนซือวัย 51 ปี ก็เป็นเกมที่ยากมากๆ

การเล่นฟุตบอลระดับนี้ อลาเบสกำลังมีความสุขกับการอยู่บนลีกสูงสุดเป้นปีที่ 4 ของพวกเขา มันคงเป็นเรื่องข็อคหากพวกเขาต้องตกชั้น จากฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่

พวกเขาอยู่อันดับ 16 โดยมี 35 คะแนนจาก 34 นัด นำทีมอันดับ 18 อย่าง มายอร์ก้า 6 คะแนน ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบของพวกเขาในช่วงโค้งสุดท้าย

ความพร้อมของทั้ง 2 ทีม

สภาพทีมของมาดริด ในวันศุกร์นี้ ไม่ค่อยสมบูรณ์นัก หลัง 2 แนวรับอย่าง เซร์คิโอ รามอส และ ดานี การ์บาฆาล ต่างติดโทษแบน หลังพวกเขาได้รับใบเหลืองในเกมล่าสุดกับ แอธ.บิลเบา

นอกจากนี้คาดว่า เอเด็น อาซาร์ จะมีชื่อเป็นตัวสำรองเท่านั้นเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บที่ข้อเท้า นั้นหมสยความ วินิซิอุส จูเนียร์ และ มาร์โก้ อเซนซิโอ จะยืนขนาบข้าง คาริม เบนเซม่า ใน 3 ตัวบน

ขณะที่ นาโช ยังคงไม่พร้อมอย่างต่อเนื่องหลังมีปัญหาที่ต้นขา หมายความว่าซีดาน ต้องตัดสินใจให้ดีในเกมรับ หลัง ราฟาเอล วาราน เพิ่งหายเจ็บที่หัว และเพิ่งกลับมาฝึกซ้อมได้ และ เอแดร์ มิลิเตา น่าจะได้จับคู่กับ กองหลังเฟรนช์ แมนในตำแหน่ง เซ็นเตอร์แบ็ค

ขณะเดียวกัน อลาเบส ต้องเสียกองหลังอย่าง รูเบน ดูอาร์เต้ ที่เจ็บที่เท้า จนต้องพักจนจบฤดูกาล ขณะที่เฟร์นานโด ปาเชโก้ ผู้รักษาประตูตัวจริงน่าจะเป็นแค่ตัวสำรองหลังมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ

อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นที่ดีที่สุดหลายรายยังอยู่กันพร้อมหน้า แต่มันต้องดูว่า มูนิซ จะจัดการทีมอย่างไรในเกมนี้

คาดว่า ลูคัส เปเรซ และ โฆเซลู น่าจะได้กลับมาประสานงานกันในเกมรุก จณะที่ เปเร่ ปอนส์ ยังอยู่ระหว่างเรียกความฟิต นั้นหมายความว่า โอลเวอร์ เบอร์เก้ ดาวเตะทีมชาติสกอตต์แลนด์ น่าจะต้องกลับไปเป็นตัวสำรอง

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของ เรอัล มาดริด

กูร์ตัวส์, เมนดี้, มิลิเตา, วาราน, มาร์เซโลนา, โมดริช, คาเซมิโร่, โครส, วินิซิอุส, เบนเซม่า, อเซนซิโอ

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของ อลาเบส

ฆิเมเนซ, อกีร์เรกาบิเรีย, ลากัวเดีย, มาเกยาน, มาริน, ปอนส์, เฟจซา, ปินา, เมนเดซ, โฆเซลู, เปเรซ

คาดการณ์ผล – เรอัล มาดริด ชนะ อลาเบส 2-0

แม้มาดริดจะมีปัญหานักเตะเจ็บและติดโทษแบนหลายราย แต่มันยากที่จะคิดภาพว่า อลาเบสจะมาเก็บแต้มได้จากเกมนี้ โลส บลังโกส น่าจะรักษาตำแหน่งจ่าฝูงและเดินหน้าต่อไป และคาดว่าทีมของซีดาน น่าจะเก็บ 3 คะแนนสำคัญที่ส่งผลต่อสถานการณ์ในตารางคะแนน

พรีวิว : ราชันจะเดินหน้าต่อหรือจะสะดุด ฟุตบอลรายการอื่นๆ

ปิดท้ายที่ ศึกกัลโช เซเรีย อา

เฮลลาส เวโรนา พบกับ อินเตอร์ มิลาน

อินเตอร์ มิลาน จะต้องบุกไปเยือน สตาดิโอ มาร์กอันโตนิโอ เบนเตโกดี้ เพื่อพบกับ เฮลลาส เวโรนา โดยต้องคิดว่าพวกเขายังมีโอกาสลุ้นแชมป์ เซเรีย อา ซึ่งพวกเขาจำเป็นต้องเก็บคะแนนเต็มในทุกนัดที่เหลือ

ในขณะเดียวกัน เวโรนา กำลัฝงตกอยู่ภายใต้ความกดดัน หลังเก็บชัยชนะได้แค่เกมเดียวเท่านั้น จาก 4 เกมหลังสุด และทำให้พวกเขาเริ่มออกห่างจากโซนลุ้นไป ยูโรป้า ลีก

นับตั้งแต่ ออกสตาร์ทฤดูกาล 6 เดือนแรก อินเตอร์ ถูกยกให้ทีมที่พร้อมจะท้าแชมป์เก่าอย่างยูเวนตุส หลังแย่งชิงตำแหน่งจ่าฝูงกันอย่างต่อเนื่อง แต่สุดท้ายพวกเขาก็หลุดฟอร์มกันไปเอง เนื่องจากไม่มีความสม่ำเสมอ

การพ่ายแพ้ในบ้านของอินเตอร์ ต่อ โบโลญญา ส่งผลให้ทีมของอันโตนิโอ คอนเต้ ตามหลังจ่าฝูงถึง 11 แต้ม ทำให้โอกาสการลุ้นแชมปืของพวกเขาแทบเป็นไปไม่ได้เลย

ในขณะทีคอนเต้ ได้ย้ำกับลูกทีมเสมอว่า พวกเขายังเชื่อว่า หากการลุ้นแชมป์ยังไม่จบ พวกเขาก็ต้องพยายามสู้ต่อ พวกเขาจะต้องทำให้ดีที่สุดและคว้าชัยชนะทุกนัดที่เหลือ ซึ่งช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าน่าผิดหวังสำหรับ คอนเต้ หลังทำแต้มหล่นไปถึง 5 แต้ม แม้พวกเขาจะพลิกกลับมาชนะ ปาร์มาได้

แต่ตอนนี้พวกเขายังมีลุ้นเป็นอันดับ 2 เพราะตอนนี้ ก็ยังต้องระวัง อตาลันต้า ทีมอันดับ 4 ที่ตามหลังพวกเขาเพียงแค่แต้มเดียวเท่านั้น

มองโลกในแง่ดี การเผชิญหน้ากับ เฮลลาส เวโรนา ที่ฟอร์มหลุดมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่กลับมาแข่งขันอีกครั้ง โดย 7 จาก 10 ประตูหลังสุดที่พวกเขาเสียทั้งหมดเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลัง ซึ่งมี 3 ประตู ที่พวกเขามาเสียในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ หรือนาทีที่ 90

สถิติดังกล่าว แสดงให้เห็นว่าทีมของ อิวาน ยูริช มีปัญหาเรื่องความฟิต และทำให้พวกเขาไม่สามารถรักษาโอกาสไปเล่นฟุตบอลยุโรปได้ ทั้งที่พวกเขายังมีโอกาสไล่ตามนาโปลี รวมถึง เอซี มิลาน ในอันดับ 6 แต่การแพ้ 3 จาก 5 เกมหลัง และหากแพ้เกมนี้อีกพวกเขาอาจจะตกไปถึงอันดับ 12 เลยทีเดียว

ความพร้อมของทั้ง 2 ทีม

อินเตอร์ น่าจะเรียก กองหลังอย่าง มิลาน สคริเนียร์ ที่โดนแบนมา 3 นัด กลับมาสู่ทีมอีกครั้ง หลัง อเลาซานโดร บาสโตนี กองหลังอีกคน ก็โดนใบแดงในเกมกับ โบโลญญาในนัดล่าสุด

นิโคโล บาเรลลา น่าจะพลาดในเกมนี้เนื่องจากติดโทษแบน ขณะที่ คริสเตียโน บิรากี้ น่าจะเสียบตำแหน่ง วิงแบ็คซ้ายของ แอชลีย์ ยัง

ขณะที่เวโรนา น่าจะมีความพร้อมพอสมควรเหนือคู่แข่ง ในตำแหน่งกองหลังตัวกลาง โคราย กุนเทอร์ น่าจะได้โอกาสในเกมนี้ เช่นเดียวกับ วาเลริโอ แวร์เร ที่น่าจะได้โอกาสก่อน ฟาบิโอ บอรินี

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของ เฮลลาส เวโรนา

ซิลเวสตรี, ราห์มานี, กุนเตอร์, คุมบูยา, ฟาเรานี, บาดู, อัมราบัต, ลาโซวิช, ซาคคาญี, เวร์เร, คาร์มีน

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนามของ อินเตอร์ มิลาน

ฮันดาโนวิช, โกดิน, เด ไฟร์จ, สคริเนียร์, คันเดรวา, กาเกลียดีนี, โบรโซวิช, บีรากี้, อีริคเซน, มาร์ติเนซ, ลูกากู

คาดการณ์ผล – เฮลลาส เวโรนา เสมอ อินเตอร์ มิลาน 1-1

ในขณะที่ อินเตอร์ พร้อมจะทำแต้มหล่นได้ทุุกเมื่อ เวโรนาน่าจะพัฒนาขึ้นจากเดิน เมื่อพิจารณาทั้ง 2 ทีม เรารู้สึกว่า ผลสกอร์น่าจะออกมาเสมอกันมากที่สุด และไม่น่าจะมีการยิงกันเยอะ และเป็น 1 แต้มที่ไม่มีความหมายใดๆสำหรับทั้ง 2 ทีม

RELATED ARTICLES
- Advertisment -

Most Popular